วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

โครงงาน คอมพิวเตอร์

ชื่อ โครงงาน คอมพิวเตอร์

โครงการในพระราชดำริ

ชื่อคณะผู้จัดทำโครงงาน

1.นาย ธนะศักดิ์ มากสวาท ม.6/2 เลขที่ 10
2.นาย ชัยวัฒน์ ทองมั่นคง  ม.6/2 เลขที่ 22
3.นาย ตรีทเศศ กิ่งสุวรรณวงศ์ ม.6/2 เลขที่ 23
4.นาย ชนวีร์ ชิณณะวิโรจน์ไพศาล ม.6/2 เลขที่ 29
5.นางสาว อจลญา ชาวราษฎร์ ม.6/2 เลขที่ 36

ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน

ครู เขมจิรา ปลงไสว อาจารย์ประจำวิชาคอมพิวเตอร์ม.6
ครู ศิริรัตน์ ไทยแสนอาจารย์ประจำวิชาสังคมศึกษา,พระพุทธศาสตร์และประวัติศาสตร์ม.6

ระยะเวลาการทำโครงงาน

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การทำโครงงานคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยวิธีการสร้างบล็อกเกอร์และนำข้อมูลที่หามาได้ใส่ลงไปเพื่อทำการทำเสนอขอมูลเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นจึงนำข้อมูลที่หาได้มาทำการ ปรับปรุง และ เรียงให้เป็นหัวข้อลำดับขั้นตอน
โดยทางผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะผู้ที่สนใจในข้อมูลส่วนนี้จะสามารถนำข้อมูลของผู้จัดทำที่รวบรวมไว้มาใช้เป็นประโยชน์

ที่มาและความสำคัญ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคน มีพระราชดำรัสว่า "ต้องระเบิดจากข้างใน" นั้นหมายความว่า ต้องมุ่งพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้คนและครอบครัวในชุมชน ที่เข้าไปพัฒนาให้มีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อน แล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอก มิใช่การนำเอาความเจริญจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชนและหมู่บ้าน ซึ่งหลายชุมชนยังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว จึงไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่ความล่มสลายได้
ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ทางคณะผู้จัดทำมีความรู้สึกสนใจเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้ทำการ รวบรวม ข้อมูล และ เนื้อหาของ โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดเพื่อนำมาศึกษาและเก็บรวบรวมไว้
วัตถุประสงค์
1.เพื่อสร้างบล็อกเกอร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
2.เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการมาศึกษาเกี่ยวโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วิธีการดำเนินงาน
1.รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆตามเว็บไซด์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
2.กำหนดหัวข้อและการดำเนินการ
3.สร้างบล็อกเกอร์ของตนขึ้นมา
4.ในเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใส่ลงไปและทำการจัดเรียง และ ปรับปรุงเนื้อหา
5.ทำการสรุปข้อมูลมที่ได้มา
6.นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผ่านทางบล็อกเกอร์
บทสรุป
1.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวม (Macro) ก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ (Micro) คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้า
2.ในการทรงงานพระองค์จะทรงเริ่มต้นจากสิ่งที่จำเป็นของประชาชนที่สุดก่อน ได้แก่ สาธารณสุข เมื่อมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้วก็จะสามารถทำประโยชน์ด้านอื่นๆ ต่อไปได้จากนั้นจะเป็นเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและสิ่งจำเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหล่งน้ำ เพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค ที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ 

ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รับความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการสร้างบล็อกเกอร์
2.สามารถนำแนวคิดเกี่ยวกับในโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทำการศึกษามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น การใช้ประโยชน์กับ ธรรมชาติ รอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด
บรรณานุกรม




โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าบริเวณพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด (ภาคตะวันออก) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าบริเวณพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด (ภาคตะวันออก) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา มีเนื้อที่ประมาณ 5 ล้านไร่ โดยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 
 ได้ทรงรับเข้าเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อปี พ.ศ.2536 และได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานโครงการฯ เมื่อปี พ.ศ.2538
พื้นที่ในการดำเนินงาน ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มีอาณาเขตครอบคลุม พื้นที่ต่างๆดังนี้
1.     เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เนื้อที่ 674,352 ไร่
2.     เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เนื้อที่ 456,637 ไร่
3.     อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ เนื้อที่ 36,687 ไร่
4.     อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา เนื้อที่ 52,300 ไร่
5.     อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น เนื้อที่ 75,000 ไร่
อาณาเขตและพื้นที่
  • ทิศเหนือ อยู่ในท้องที่ อ. สนามชัยเขต จ.ชลบุรี
  • ทิศตะวันออก อยู่ในท้องที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว และ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
  • ทิศตะวันตก ยู่ในท้องที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
  • ทิศใต้ อยู่ในท้องที่ อ.แกลง จ.ระยอง และ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี
ผลการดำเนินงานตามโครงการ
1.     การพิทักษ์รักษา ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ได้แก่
o    การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ โดยการบูรณาการร่วมกันทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง 
        เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า ด้วยการลาดตระเวนทั้งทางพื้นดิน และทางอากาศ รวมทั้งการเฝ้าตรวจ
        และมาตรการด้าน การข่าว เพื่อป้องกันการบุกรุกแผ้วถางป่า การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และการล่าสัตว์ป่า
o    การฟื้นฟูสภาพป่าและปลูกป่าเสริม โดยการฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลายลง การบำรุงดูแลรักษาป่าที่ปลูกไว้ 
        โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
o    การสร้างจิตสำนึกให้แก่ราษฎร ให้มีความรักและหวงแหนป่าไม้และสัตว์ป่า โดยใช้ชุดปฏิบัติการที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่
        ดำเนินการประชาสัมพันธ์/ชี้แจงแก่ราษฎรในหมู่บ้านรอบป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และจัดผู้แทนร่วมประชุมชี้แจงแก่ผู้นำท้องถิ่น
        ของหมู่บ้านต่างๆ เพื่อให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า รวมทั้งมีการฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า 
        และเยาวชนอาสาพิทักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแกนนำและเป็นแหล่งข่าวในการดูแลป่า
2.     การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาอาชีพ และยกระดับรายได้ของราษฎร ได้แก่
o    การจัดทำโครงการต่างๆ เช่น โครงการโคพระราชทาน โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม โครงการทดลองไร่นาสวนผสมตาม
         แนวทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงการศูนย์วนเกษตร และโครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา เป็นต้น
o    การส่งเสริมศิลปาชีพ และกิจกรรมเสริมรายได้ เช่น โครงการปลูกหม่อน-เลี้ยงไหม และทอผ้าไหม โครงการจักสาน เป็นต้น
o    โครงการพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ได้มีการดำเนินการในหมู่บ้านเป้าหมาย 5 หมู่บ้าน และหมู่บ้านบริวาร
โดยรอบ โดยใช้งบประมาณของสำนักงาน กปร. และของจังหวัดแต่ละจังหวัดในพื้นที่โครงการ เช่น การขุดสระน้ำ เป็นต้น
ผลการดำเนินงาน 2552
  • จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ใน 9 หมู่บ้าน จำนวน 1,045 คน  รวมเงิน 1 ล้านกว่าบาท
  • หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เช่น ไวน์ลูกยอ และไวน์สมุนไพร/ แชมพู/ธูปกันยุงและน้ำมันตะไคร้หอม
  • จัดตั้งสหกรณ์การเกษตรในโครงการหมู่บ้านป่าไม้โนนสาวเอ้ 1   โนนสาวเอ้ 2  และโนนสาวเอ้ 3  มีสมาชิก 300 คน มีเงินกองทุนประมาณ 2.6 ล้านบาท
  • ดำเนินการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า16,710 ไร่
  • มีการลาดตระเวนทั้งทางพื้นดินและทางอากาศ รวมทั้งการเฝ้าตรวจและมาตรการด้านการข่าว เพื่อป้องกันการบุกรุกแผ้วถางป่า การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และล่าสัตว์ป่า
  • ใช้ชุดปฏิบัติการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่  ประชาสัมพันธ์  ชี้แจง แก่ราษฎรในหมู่บ้าน โดยรอบป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เพื่อให้เกิดความสำนึกในการอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า และได้จัดผู้แทนหน่วยร่วมประชุม   กำนัน   ผู้ใหญ่บ้าน ของอำเภอโดยรอบป่า เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำหมู่บ้านดังกล่าวด้วย  นอกจากนี้ยังมีการจัดการฝึกอบรม เยาวชนอาสาพิทักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยจะเป็นกำลังสำคัญ ในการดูแลป้องกันทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในอนาคต มีผู้ผ่านการอบรมแล้วจำนวน  6,841  คน
  • การฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) เพื่อเป็นแกนนำ เป็นแหล่งข่าว  ในการดูแลป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มีผู้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว  จำนวน 2,938  คน

ภาพรวม




จัดทำโดย
1.นาย ธนะศักดิ์ มากสวาท ม.6/2 เลขที่ 10
2.นาย ชัยวัฒน์ ทองมั่นคง  ม.6/2 เลขที่ 22
3.นาย ตรีทเศศ กิ่งสุวรรณวงศ์ ม.6/2 เลขที่ 23
4.นาย ชนวีร์ ชิณณะวิโรจน์ไพศาล ม.6/2 เลขที่ 29
5.นางสาว อจลญา ชาวราษฎร์ ม.6/2 เลขที่ 36

โครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ที่ตั้ง  บ้านนางัว  ตำบลนางัว  อำเภอนาหว้า  จังหวัดนครพนม
เรื่องเดิม  สำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือที่ รล. 0005.3/8036 ลงวันที่ มิถุนายน 2548 แจ้ง กรมชลประทาน กรณีพระมหาชัยพุทธวโร เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย หมู่ที่ ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ขอพระราชทานพระกรุณาในการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้าง ให้เป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ราษฎรมีอาชีพทำการประมงเป็นอาชีพเสริมจากการทำนา ใช้ในการอุปโภค-บริโภค การเลี้ยงสัตว์ และอนุรักษ์พื้นที่ป่า 907 ไร่ โดยรอบกุดเลาะ เพื่อไม่ให้ราษฎรเข้าไปบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับโครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้างไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
วัตถุประสงค์
1.
เป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ปลาน้ำจืด
2.
ใช้ในการอุปโภค-บริโภค การเลี้ยงสัตว์ เพื่อไม่ให้ราษฎรเข้าไปบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า
สภาพทั่วไป
ที่ราบลุมปนป่า
ระยะเวลาดำเนินงาน
เริ่มก่อสร้าง 24 พฤศจิกายน 2549 แล้วเสร็จ 14 พฤษภาคม 2550ประโยชน์ที่ได้รับ
ได้รับประโยชน์ในช่วงฤดูฝน 907 ไร่ จำนวนครัวเรือน 873 ครัวเรือน ประชากร 4,506 คน
จำนวน หมู่บ้าน
ผลการดำเนินงาน
ขุดลอกเพิ่มความจุหนองกุดเลาะประมาณ 150 ไร่ ลึกเฉลี่ย 3.00 เมตร ความจุ 0.776,019ล้านลบ.ม.ขุกลอกภายในหนองประมาณ 50 ไร่ ปรับปรุงขันดินกว้าง 4.00 X 100.00 X 2.00 เมตร พร้อมท่อระบายน้ำขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.40 X 1.50 X 1.50 จำนวน แห่ง ทำนบดินขนาด กว้าง 6.00 X 400.00 X 6.00 เมตร พร้อมอาคารท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  1.00 X 1.00 จำนวน แห่ง
ภาพโครงการ









จัดทำโดย
1.นาย ธนะศักดิ์ มากสวาท ม.6/2 เลขที่ 10
2.นาย ชัยวัฒน์ ทองมั่นคง  ม.6/2 เลขที่ 22
3.นาย ตรีทเศศ กิ่งสุวรรณวงศ์ ม.6/2 เลขที่ 23
4.นาย ชนวีร์ ชิณณะวิโรจน์ไพศาล ม.6/2 เลขที่ 29
5.นางสาว อจลญา ชาวราษฎร์ ม.6/2 เลขที่ 36

โครงการฝายห้วยโคนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


โครงการฝายห้วยโคนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ




ที่ตั้ง บ้านนาโอ  ตำบลนาเดื่อ  อำเภอศรีสงคราม  จังหวัดนครพนม
เรื่องเดิม เมื่อวันที่  29  ธ.ค.  2547  สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎร  บ้านนาโอ  ตำบลนาเดื่อ  อำเภอศรีสงคราม  จังหวัดนครพนม    ที่นั่นนายเทอดศักดิ์  บุณยขจร  วญช.ผค., นายละเอียด สายน้ำเขียว  รธบ.,นายดนุชา   สิทธวานนท์  ผู้อำนวยการกลุ่มประสานโครงการ  2  สำนักงาน  กปร.,นายประสงค์  เสี่ยงโชคอยู่ ผส.ชป.7,นายทวี   เต็มญารศิลป์  ผอ.กพศ.  และคณะ  เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ  โอกาสนี้  นายสหัส  บุญญาวิวัฒน์  ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวังฝ่ายกิจกรรมพิเศษได้  กราบบังคมทูลรายงานถึงปัญหา เรื่องการขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกในฤดูแล้ง ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ทรงได้พระราชทานพระราชดำริในเรื่องดังกล่าวว่า  ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวังฝ่ายกิจกรรมพิเศษ  วิศวกรใหญ่ฯ  กรมชลประทาน  และผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานโครงการ  2  สำนักงาน กปร.  ให้กรมชลประทานพิจารณาจัดหาแหล่งน้ำช่วยเหลือราษฎรบ้านนาโอ  โดยก่อสร้างฝายห้วยโคน ขุดขยายหนองห้วยคำไฮ       และระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยคำไฮ   เพื่อเก็บกักและส่งน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกของราษฎรบ้านนาโอ   และบ้านนาเดื่อ   อำเภอศรีสงคราม  ตามที่วิศวกรใหญ่ฯ  กรมชลประทานกราบบังคมทูล
วัตถุประสงค์

1.เพื่อช่วยเหลือราษฎรมีแหล่งน้ำทำการเกษตรและอุปโภค-บริโภค 

 2.เพิ่มพื้นที่ชลประทานประมาณ 500 ไร่ ส่งเสริมการเพาะปลูก  เลี้ยงสัตว์  ประมง
สภาพทั่วไปเป็นที่ราบทุ่งนา  และที่ป่าโปร่ง


ระยะเวลาดำเนินงาน

เริ่มปฏิบัติงานวันที่  1  ธันวาคม  2549  แล้วเสร็จเมื่อวันที่  31  กรกฎาคม  2550

ประโยชน์ที่ได้รับ  

มีแหล่งน้ำในการเกษตรและอุปโภค-บริโภค เพาะปลูก ประมาณ 500 ไร่ จำนวน 205 ครัวเรือน ราษฎร 800 คน

ผลการดำเนินงาน

ก่อสร้างฝายคอนกรีต ขนาดสันฝายสูง 3.50 เมตร กว้าง 30.00 เมตร ยาว 56.00 เมตร พร้อมอาคารประกอบสะพาน คสล.ข้ามฝาย กว้าง 2.00 เมตร สูง 3.50 เมตร ยาว 46.00 เมตร จำนวน 1 แห่ง ประตูระบายทราย ขนาด ขนาด 1.00*1.00 เมตร จำนวน 1 แห่ง,งานหินทิ้งป้องกันตลิ่ง และ ทรบ.ปากคลองส่งน้ำฝั่งซ้ายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.60 เมตร จะนวน 1 แห่ง
ภาพโครงการ





จัดทำโดย
1.นาย ธนะศักดิ์ มากสวาท ม.6/2 เลขที่ 10

2.นาย ชัยวัฒน์ ทองมั่นคง  ม.6/2 เลขที่ 22

3.นาย ตรีทเศศ กิ่งสุวรรณวงศ์ ม.6/2 เลขที่ 23

4.นาย ชนวีร์ ชิณณะวิโรจน์ไพศาล ม.6/2 เลขที่ 29

5.นางสาว อจลญา ชาวราษฎร์ ม.6/2 เลขที่ 36


ที่มาhttp://www.rid.go.th/royalproject/index.php?option=com_content&view=article&catid=30:2009-05-04-06-46-21&id=116:2009-05-20-08-28-18&Itemid=5