วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าบริเวณพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด (ภาคตะวันออก) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าบริเวณพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด (ภาคตะวันออก) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา มีเนื้อที่ประมาณ 5 ล้านไร่ โดยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 
 ได้ทรงรับเข้าเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อปี พ.ศ.2536 และได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานโครงการฯ เมื่อปี พ.ศ.2538
พื้นที่ในการดำเนินงาน ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มีอาณาเขตครอบคลุม พื้นที่ต่างๆดังนี้
1.     เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เนื้อที่ 674,352 ไร่
2.     เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เนื้อที่ 456,637 ไร่
3.     อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ เนื้อที่ 36,687 ไร่
4.     อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา เนื้อที่ 52,300 ไร่
5.     อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น เนื้อที่ 75,000 ไร่
อาณาเขตและพื้นที่
  • ทิศเหนือ อยู่ในท้องที่ อ. สนามชัยเขต จ.ชลบุรี
  • ทิศตะวันออก อยู่ในท้องที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว และ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
  • ทิศตะวันตก ยู่ในท้องที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
  • ทิศใต้ อยู่ในท้องที่ อ.แกลง จ.ระยอง และ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี
ผลการดำเนินงานตามโครงการ
1.     การพิทักษ์รักษา ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ได้แก่
o    การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ โดยการบูรณาการร่วมกันทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง 
        เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า ด้วยการลาดตระเวนทั้งทางพื้นดิน และทางอากาศ รวมทั้งการเฝ้าตรวจ
        และมาตรการด้าน การข่าว เพื่อป้องกันการบุกรุกแผ้วถางป่า การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และการล่าสัตว์ป่า
o    การฟื้นฟูสภาพป่าและปลูกป่าเสริม โดยการฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลายลง การบำรุงดูแลรักษาป่าที่ปลูกไว้ 
        โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
o    การสร้างจิตสำนึกให้แก่ราษฎร ให้มีความรักและหวงแหนป่าไม้และสัตว์ป่า โดยใช้ชุดปฏิบัติการที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่
        ดำเนินการประชาสัมพันธ์/ชี้แจงแก่ราษฎรในหมู่บ้านรอบป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และจัดผู้แทนร่วมประชุมชี้แจงแก่ผู้นำท้องถิ่น
        ของหมู่บ้านต่างๆ เพื่อให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า รวมทั้งมีการฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า 
        และเยาวชนอาสาพิทักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแกนนำและเป็นแหล่งข่าวในการดูแลป่า
2.     การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาอาชีพ และยกระดับรายได้ของราษฎร ได้แก่
o    การจัดทำโครงการต่างๆ เช่น โครงการโคพระราชทาน โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม โครงการทดลองไร่นาสวนผสมตาม
         แนวทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงการศูนย์วนเกษตร และโครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา เป็นต้น
o    การส่งเสริมศิลปาชีพ และกิจกรรมเสริมรายได้ เช่น โครงการปลูกหม่อน-เลี้ยงไหม และทอผ้าไหม โครงการจักสาน เป็นต้น
o    โครงการพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ได้มีการดำเนินการในหมู่บ้านเป้าหมาย 5 หมู่บ้าน และหมู่บ้านบริวาร
โดยรอบ โดยใช้งบประมาณของสำนักงาน กปร. และของจังหวัดแต่ละจังหวัดในพื้นที่โครงการ เช่น การขุดสระน้ำ เป็นต้น
ผลการดำเนินงาน 2552
  • จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ใน 9 หมู่บ้าน จำนวน 1,045 คน  รวมเงิน 1 ล้านกว่าบาท
  • หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เช่น ไวน์ลูกยอ และไวน์สมุนไพร/ แชมพู/ธูปกันยุงและน้ำมันตะไคร้หอม
  • จัดตั้งสหกรณ์การเกษตรในโครงการหมู่บ้านป่าไม้โนนสาวเอ้ 1   โนนสาวเอ้ 2  และโนนสาวเอ้ 3  มีสมาชิก 300 คน มีเงินกองทุนประมาณ 2.6 ล้านบาท
  • ดำเนินการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า16,710 ไร่
  • มีการลาดตระเวนทั้งทางพื้นดินและทางอากาศ รวมทั้งการเฝ้าตรวจและมาตรการด้านการข่าว เพื่อป้องกันการบุกรุกแผ้วถางป่า การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และล่าสัตว์ป่า
  • ใช้ชุดปฏิบัติการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่  ประชาสัมพันธ์  ชี้แจง แก่ราษฎรในหมู่บ้าน โดยรอบป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เพื่อให้เกิดความสำนึกในการอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า และได้จัดผู้แทนหน่วยร่วมประชุม   กำนัน   ผู้ใหญ่บ้าน ของอำเภอโดยรอบป่า เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำหมู่บ้านดังกล่าวด้วย  นอกจากนี้ยังมีการจัดการฝึกอบรม เยาวชนอาสาพิทักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยจะเป็นกำลังสำคัญ ในการดูแลป้องกันทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในอนาคต มีผู้ผ่านการอบรมแล้วจำนวน  6,841  คน
  • การฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) เพื่อเป็นแกนนำ เป็นแหล่งข่าว  ในการดูแลป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มีผู้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว  จำนวน 2,938  คน

ภาพรวม




จัดทำโดย
1.นาย ธนะศักดิ์ มากสวาท ม.6/2 เลขที่ 10
2.นาย ชัยวัฒน์ ทองมั่นคง  ม.6/2 เลขที่ 22
3.นาย ตรีทเศศ กิ่งสุวรรณวงศ์ ม.6/2 เลขที่ 23
4.นาย ชนวีร์ ชิณณะวิโรจน์ไพศาล ม.6/2 เลขที่ 29
5.นางสาว อจลญา ชาวราษฎร์ ม.6/2 เลขที่ 36

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น